top of page
  • Writer's picturePrakai Team

จากสองเด็กหลังห้อง สู่อันดับ 1 ของหลักสูตร Data Analyst รุ่น 1


เกม-รัตนาลักษณ์ บางท่าไม้ เจ-วรกฤศ จรณชัยกุล

นักวิชาการ 6 ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ นักวิชาการ 5 ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ



พื้นฐานของทั้งสองเพื่อนสนิทเกม และ เจ ร่ำเรียนจบมาทางด้านสังคมศาสตร์ ผ่านประสบการณ์การทำงานด้านการตลาด วิจัย และการสร้างแบรนด์ ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์แต่อย่างใด เมื่อเข้าอบรมหลักสูตร Data Analyst (DA) จึงชักชวนกันนั่งอยู่หลังห้อง สังเกตการณ์เพื่อนฝูงที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนเก่ง ตั้งใจเรียน แต่ไปยังไงมายังไง โปรเจกต์ของทั้งคู่ถึงคว้ารางวัลที่หนึ่งในการฝึกอบรมมาได้ เราไปไขความลับฉบับเด็กหลังห้องกันดีกว่า


“ที่เข้ามาอบรมก็เพราะมีรุ่นพี่ในฝ่าย ดร.เอ๋ และพี่มน เป็นต้นแบบ เป็น Role Model ของเรา” เจเปิดใจถึงที่มาในการเข้าอบรม DA “พี่ทั้งสองเป็นคนเก่งมาก ทั้งที่หน่วยงานของเรา (ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ) เป็นแนวสังคมศาสตร์ การอบรมอะไรยาก ๆ ที่จัดขึ้นและมีเนื้อหาไปในแนววิศวะ หรือเนื้อหาอะไรที่ใหม่มาก ๆ พี่เอ๋และพี่มนดูจะทำความเข้าใจได้ง่าย และพอเขาเข้าไปในโครงการฝึกอบรม DA ทั้งคู่ก็ประสบความสำเร็จมาก เราอยากจะเป็นคนเก่งเหมือนพี่ทั้งสอง จึงตั้งใจสมัครเรียนโครงการนี้”


“ตอนแรกเจไม่อยากเรียน เพราะเหนื่อยกับการทำโปรเจกต์ คือเป็นคนชอบเรียนนะ แต่ไม่ชอบทำโปรเจกต์เลย ขณะที่เกมอยากสมัคร และมาชวนไปสอบ ปากก็บอกไม่อยากเรียน แต่ลึก ๆ ในใจแล้วต้องการจะเรียนมาก แกล้งทำแอ็กท่าไปงั้นแหละ เพราะ DA เป็นอนาคต โลกการตลาดต้องการทักษะตรงนี้มากในการพัฒนา”


หันมาฟังแรงบันดาลใจของเกมบ้าง ทำไมถึงอยากเรียน “เทรนด์ของ DA มีมาตั้งแต่พวกเราเรียนจบใหม่ ๆ (ทั้งคู่จบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เฟซบุ๊ก สื่อออนไลน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์มักจะโพสต์ตลอดว่า DA เป็นแบบนี้ ๆ นะ เราเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมา ตอนนั้นยังไม่มีใครสอน จึงจำเป็นไหมที่ต้องไปอัปเดต ถ้าไม่รู้ก็จะแก่ไปหรือเปล่าสำหรับโลกธุรกิจยุคใหม่ จะพูดคุยกับใครเขารู้เรื่องไหม อ่านข่าว อ่านคอนเทนต์ก็จับจุดมันไม่ได้ เชื่อว่าคนใน MEA คงเคยได้ยินคำว่า Big Data แต่หลายคนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และจะจัดการกับมันอย่างไร พอ MEA มีโครงการนี้ เนื้อหานี้ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ เราจึงต้องเข้าไปเรียนรู้ ไปอัปสกิลอะไรใหม่ ๆ บ้าง”


มุ่งมั่นตั้งใจขนาดนี้ แล้วทำไมตอนเรียนทั้งคู่ถึงเลือกนั่งอยู่หลังห้อง


“ใช่ เราไม่เคยเรียนหน้าห้องเลย คนอื่นเขาจดคำบรรยายอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซักถาม แต่สองคนนี้นั่งเรียนหลังห้อง สงสัยข้อไหน ทำอะไรไม่ได้ก็จะถาม TA (ผู้ช่วยสอน) ความสนุกของคอร์สนี้คือเนื้อหาแปลกใหม่ ทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม”


“สองคือเพื่อน คนที่เข้ามาเรียนโครงการนี้ค่อนข้างตั้งใจเรียน พอตั้งใจก็ทำให้มีบรรยากาศของการเรียนที่ทุ่มเท ครึกครื้น ที่สำคัญคือการได้แข่งกับตัวเองกลาย ๆ นั้นทำให้ สนุก ทำอะไรไม่ได้ก็ปรับปรุง และอาศัยถาม TA เอา สำหรับเราการเรียนหลังห้องมันลงตัวมากทั้งเนื้อหาและบรรยากาศการเรียน ทุกอย่างเอื้อไปหมด ทำให้รู้สึกได้พัฒนาตัวเอง และอยากจะดีขึ้นในทุก ๆ วัน”


ถึงคำถาม โปรเจกต์ที่นำเสนอของทั้งคู่ MEA Smart life Consumer behavior and new Opportunity ของทั้งคู่ อยากรู้ว่ามีแรงบันดาลใจหรือที่มาที่ไปอย่างไร


“เจเป็นเจ้าของแนวคิดทำโปรเจกต์นี้ และพูดคุยกับเกม เรามองไว้หลายตัวมาก โครงการนี้ละที่เข้าวิน และถ้าหากทำได้ก็จะเป็นอะไรที่ใหม่ นาย ๆ เราคาดหวังว่าในสายงานนี้คุณจะต้องทำอะไรออกมาที่สามารถพัฒนาธุรกิจใหม่หรือโอกาสใหม่ ที่ผ่านมาเราใช้เงินโปรโมตไปค่อนข้างเยอะ ให้คนหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น แต่ปัญหาคือคนก็ยังนิยมมาจ่ายเงินผ่านทาง เคาน์เตอร์ของ MEA อยู่ดี นี่คือคำถามแรกที่เราอยากรู้ว่าแล้วใครล่ะใช้ช่องทางนี้ โพรไฟล์เป็นยังไง และจะสื่อสารอย่างไรกับเขาดี ตรงนี้เลยเป็นที่มาของการทำ โปรเจกต์ดังกล่าว”


“หนึ่ง ข้อมูลที่เราได้มาค่อนข้างครบ เพราะตอนเขียนรีเควสเขียนไปอย่างละเอียดมาก สอง กลยุทธ์ภาพในหัว สิ่งที่เราอยากนำเสนอไปยาว ๆ โดยมองข้ามช็อตจากจุดนี้ เราจะทำอะไรบ้าง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับวิธีเขียนขอข้อมูลด้วย ที่จะให้คนเป็นเจ้าของข้อมูลเข้าใจความต้องการของเรา ปัญหาที่เจอคือข้อมูลที่เก็บมาเป็นเรื่องเดียวกันแต่แพตเทิร์นไม่เหมือนกัน เช่น วันที่บางหน่วยใช้แบบนี้ บางหน่วยใช้อีกแบบ หรือเป็นแฮกดาต้า ต้องคลีนซิ่ง การเขียนสูตรแดกซ์ (DAX) ฯลฯ การเรียนพื้นฐานก็สำคัญ แต่การลงมือทำและการทดลองใช้งานจริงนั้นสำคัญมาก”


“โจทย์ของเราคือ โครงการนี้สามารถที่จะเป็นประโยชน์ให้หลาย ๆ หน่วยงานได้ เราอยากทำหน้า UX (ประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้านความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์) และ UI (ส่วนที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานใหม่) ถ้าปรับปรุง MEA Smart Life Application ควรปรับปรุงในแง่มุมไหน จุดนี้จะทำให้คนใน MEA มีข้อมูลใหม่ และสามารถตอบโจทย์ให้หน่วยงานได้ยังไง ทำให้คนในองค์กรเห็นภาพ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราชนะได้ เพราะมองเห็นปัญหา และวิธีการแก้ไขที่แท้จริง”


สุดท้ายอยากให้ทั้งคู่เชิญชวนให้ผู้สนใจได้เข้ามาเรียน มาฝึกอบรม Data Analyst


“มาเรียนเลย ไม่ต้องคิดเยอะ นี่เป็นสิ่งดี ๆ ที่ MEA ให้เรา เหมือนสวัสดิการ ที่องค์กรเห็นคุณค่าของพนักงาน ให้พนักงานเก่งขึ้น มีความรู้มากขึ้น เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป” เกมกล่าว


เจเสริม “สำหรับเราไม่ต้องคิด ถ้าใจพร้อม กายพร้อม เราทำได้ ไม่ต้องกลัวและไม่ต้องกังวล แค่ได้เปิดโลกก็คุ้มแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือได้เพื่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมาก อย่างน้อยเราได้คอนเน็กชัน ได้เปิดโลกทัศน์ของเรา และที่สำคัญคือได้รู้ว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เขาเก่งมากแบบไม่น่าเชื่อ”


อย่าเพิ่งเชื่อเขาทั้งคู่ ถ้าคุณยังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง

33 views

Comments


bottom of page