top of page
  • Writer's pictureพยาบาลไอซ์

รักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจ ให้เจิดจ้า ต้อนรับการกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ



ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ที่ทั่วทั้งโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้รูปแบบชีวิตการทำงานของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยนั่งทำงานในออฟฟิศกลับต้องมาทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงทั้งการรับเชื้อและแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่น แต่เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เริ่มทุเลาและคลายความน่ากังวลลง ทำให้องค์กรต่าง ๆ เริ่มให้พนักงานกลับเข้าไปทำงานในออฟฟิศตามปกติ ซึ่งรวมไปถึงการไฟฟ้านครหลวงของพวกเราด้วยเช่นกัน


การกลับเข้าไปทำงานในออฟฟิศนั้นอาจส่งผลให้หลายคนรู้สึกเครียดและเป็นกังวลไม่น้อย เพราะจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบใหม่ จากที่เริ่มชินกับการทำงานที่บ้านกันแล้ว แถมยังต้องมาคอยระวังตัวจากไวรัสที่ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ ซึ่งเรียกได้ว่าจะต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ฝ่ายการแพทย์จึงมีเคล็ดลับง่าย ๆ ให้กับพนักงานทุกคนในการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจของตนเอง



อ.อาหาร

สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์แม้อยู่ในโหมดทำงาน


อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ แบ่งเวลาสักนิดเพื่อมารับประทานอาการเช้า เมื่อร่างกายและสมองได้รับสารอาหารและเติมพลังงานได้อย่างเต็มที่ ก็จะทำให้เราสามารถไปลุยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


พลังงานจากสารอาหารคุณภาพ ควรเลือกอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยพลังงานจากข้าว แป้ง และโปรตีนไม่ติดมัน เพื่อช่วยกระตุ้นให้รู้สึกกระฉับกระเฉง ทำให้ร่างกายและสมองกระปรี้กระเปร่าพร้อมเริ่มต้นทำงาน


อาหารด่วน ก็ต้องครบ 5 หมู่ แม้จะต้องทานอาหารจานเดียวหรือข้าวกล่อง ควรเลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นไปที่โปรตีนและผักผลไม้ เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อและมีวิตามินมาก ควรลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน เนื่องจากวันทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน ๆ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายมาก แป้ง น้ำตาล และไขมันส่วนเกินจะกลายเป็นพุงน้อย ๆ ได้ง่าย


ของว่างบำรุงสมอง ระหว่างวันทำงานอาจมีความอ่อนเพลีย เมื่อยล้า จึงต้องมีของขบเคี้ยวไว้สำหรับทานเล่น แนะนำให้หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวที่ผ่านการทอดและขนมหวานหรือเบเกอรี

ที่มีประมาณแป้งและน้ำตาลสูง ควรเลือกเป็นของทานเล่นที่มีปริมาณแคลอรีน้อย ๆ ช่วยบำรุงสมองและสายตาได้ดี เช่น พืชตระกูลถั่วอย่างอัลมอนด์ หรือดาร์กช็อกโกแลตเพราะมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ช่วยคลายเครียดและลดฮอร์โมนความเครียดให้จิตใจแจ่มใสขึ้นได้



อ. ออกกำลังกาย

อยู่ออฟฟิศก็ฟิตได้ ให้จำไว้ว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย ด้วยวิธีง่าย ๆ เหล่านี้


ประชุมยาวจนเส้นยึด ต้องลุกมายืดวันละ 20 นาที เพราะต้องนั่งหน้าคอมฯ ทำงานทั้งวัน ใช้สายตาหนัก ๆ จนล้า และการนั่งท่าเดิมนาน ๆ ทำให้ปวดคอบ่าไหล่และหลัง แค่ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดกันสักวันละ 15-20 นาที ก็ช่วยให้อาการปวดตึงกล้ามเนื้อลดลงได้


ตั้งนาฬิกาปลุก บอกลาออฟฟิศซินโดรม โดยตั้งนาฬิกาปลุกเตือนให้ลุกมายืดเส้นยืดสายทุก 1 ชั่วโมง ควรลุกจากเก้าอี้และเดินยืดเส้นยืดสายสัก 1 - 2 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือด การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองให้สดชื่น และทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย


ท่ายืดเหยียด โดยยืนขึ้นแล้วยืดแขนเหยียดไปข้างหน้าหรือเหยียดไปข้างหลัง จะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อหัวไหล่และแขนได้ดี หรือการก้มแตะปลายเท้า ก็ช่วยได้ดีในเรื่องของแผ่นหลัง เพียงทำท่าเหล่านี้วนไปท่าละ 3 - 5 ครั้ง ค้างไว้ท่าละ 5 – 15 วินาที ก็สามารถช่วยลดอาการปวดจากการนั่งทำงานได้


จิบดื่มน้ำเปล่า ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5 ลิตรเป็นอย่างน้อย เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป ช่วยรักษาความสมดุลภายในร่างกาย และทำให้สมองรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่งพร้อมทำงานได้ตลอดทั้งวัน


ร้างหุ่นฟิตด้วยการเดินขึ้นบันได บอกลาลิฟต์และเดินขึ้นบันไดแทน นอกจากจะเป็นการช่วยเบิร์นไขมัน ช่วยเร่งการเผาผลาญ ยังเป็นการกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจช่วยให้เลือดสูบฉีดได้ดี ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง และกล้ามเนื้อกระชับขึ้นอีกด้วย



อ.อารมณ์ แจ่มใส งานไหน ๆ ก็ผ่านฉลุย

เริ่มต้นจากการที่เรามีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี


พักดูต้นไม้ 40 วินาที หายหงุดหงิด ผ่อนคลายสมอง เพียงแค่ดูต้นไม้หรือรูปต้นไม้แค่ 40 วินาที ก็สามารถช่วยให้สมองของเราผ่อนคลายได้แล้ว โดยมีงานวิจัยพบว่าการนั่งทำงานหน้าจอหรือโฟกัสอะไรเป็นเวลานาน ๆ สมองเราจะจดจ่ออย่างมากในการประมวลผล ทำให้เกิดเป็นความเครียดสะสมและความเหนื่อยล้า ซึ่งธรรมชาติจะช่วยฟื้นฟูทำให้สภาพจิตใจได้พักผ่อนในชั่วขณะ อาจจะจัดโต๊ะใหม่เล็กน้อย โดยการหาต้นไม้เล็ก ๆ หรือรูปภาพต้นไม้มาวางที่โต๊ะเพิ่มพื้นที่สีเขียว พักดูต้นไม้ 40 วินาที ก็สามารถให้สมองผ่อนคลายขึ้นได้


แบ่งเวลาให้ชัดเจน จัดสรรเวลากิจวัตรประจำวันให้ชัดเจน เพื่อบาลานซ์เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้พอดี จัดลำดับความสำคัญงานแต่ละชิ้น โดยหลังจากหมดเวลาการทำงานในแต่ละวันแล้ว หากไม่ใช่เรื่องงานเร่งด่วนควรงดตอบอีเมลหรือแชต เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่วงเวลาที่มีคุณค่ากับครอบครัวมากขึ้น และได้พักผ่อนกับกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ ช่วยลดความเครียดให้สมองได้พักผ่อนคลายลงสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุก ๆ วัน


อุปสรรคคือความท้าทาย เมื่อต้องเจอกับโปรเจกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย งานมีปัญหาจนเกิดความเครียด ขอให้คิดบวก และมองว่าอุปสรรคเหล่านี้คือ ความท้าทายของชีวิตที่เราต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อที่จะเติบโตและเก่งขึ้นไปอีก และรู้จักชื่นชมตนเอง เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจในการทำงานให้กับตัวเราเอง


เสียงเพลงผ่อนคลายจิตใจ เสียงเพลงที่คลอเบา ๆ สามาถทำให้สมองผ่อนคลายจากความเครียดได้ แนะนำเป็นเพลงคลาสสิก ที่เน้นดนตรีบรรเลง เพราะเพลงประเภทนี้จะช่วยปรับระดับความถี่คลื่นสมอง และช่วยให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น


เคล็ดลับที่นำมาฝากทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ที่สุดหากทุกคนนำไปลงมือทำจริงและทำให้กลมกลืนกับวิถีชีวิตประจำวัน รักงานแล้วแต่ต้องไม่ลืมรักตัวเองด้วย ไม่ว่าจะยังคง Work from Home ทำงานแบบ Hybrid Workplace หรือกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ สิ่งที่ทุกคนในยุคนี้ควรคำนึงถึงมากที่สุดก็คือสุขภาพกายและสุขภาพจิต เราเหนื่อยกันมามากจากการดูแลป้องกันตัวเองจากโรคระบาด เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ หากเรารู้วิธีดูแลตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็จะทำให้เราแข็งแรง มีประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่าง ๆ เพียงเท่านี้คนรักงานแบบคุณก็สามารถมีสุขภาพที่ดีและทำงานที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว


อ้างอิง https://www.nestle.co.th/th


237 views

Comentarios


bottom of page