top of page
  • Writer's picturePrakai Team

4 CEO ขับเคลื่อนคริปโตฯ ไทย พลิกโฉมโลกสู่ยุคใหม่ของตลาดการเงินการลงทุน



นับตั้งแต่กำเนิด Bitcoin กระแสของ Cryptocurrency (คริปโตฯ) หรือสกุลเงินดิจิทัลก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งในวันนี้ที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คน ประกอบกับพัฒนาการที่รุดหน้าของตลาดคริปโตฯ ที่มีทั้ง Defi NFT CBDC และ Metaverse คนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงพร้อมที่จะกระโจนเข้าสู่สนามการลงทุนอันหอมหวาน และด้วยแรงผลักดันของเหล่า CEO ไทยไฟแรงแห่งตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกิดการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน ทำให้กระแสคริปโตฯ ในบ้านเราพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ ไม่เพียงผู้เล่นหน้าใหม่ นักลงทุนมือฉมังและสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็เริ่มโยกย้ายมาลงทุนในคริปโตฯ มากขึ้น ทำให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ที่สมาชิก MEA ควรจับตามอง ในฐานะเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตผู้คนในอนาคต รวมทั้งเรียนรู้แนวคิดของเหล่า CEO ยุคใหม่ที่ต้องการพัฒนาโลกในปัจจุบันสู่อนาคต



จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา แห่ง Bitkub

แรงกระตุ้นหลักผลักดันตลาดคริปโตฯ ไทย

เอ่ยถึงตลาดคริปโตฯ ในไทยหลายคนคงนึกถึง CEO หนุ่มแห่ง Bitkub จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ แพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่เหล่านักลงทุนไว้วางใจ ซึ่งเปรียบเสมือนบุคคลสำคัญในโลกคริปโทเคอร์เรนซีของไทยไปแล้ว เพราะเขาคือคนแรก ๆ ที่แนะนำให้คนไทยได้รู้จักกับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งยังมีส่วนร่วมในการผลักดันให้สิ่งนี้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงเหมือนเป็นคนนำพาให้นักลงทุนไทยได้เปลี่ยนผ่านจากโลกเก่าเข้าสู่โลกใหม่ที่คาดว่าจะสดใสยิ่งกว่าในอนาคต


จิรายุส เรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ด้วยเกียรตินิยมเหรียญทอง ก่อนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ การเข้ามาสู่ธุรกิจคริปโตฯ ของเขา นับเป็นการมองขาดว่าธุรกิจนี้จะเติบโตเป็นที่จับตามองของทั่วโลก และด้วยความสามารถ ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทแรก coins.co.th ซึ่งแม้จะถูกเพ่งเล็งจากหน่วยงานของรัฐในขณะนั้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าระบบการเงินของโลกจะต้องเปลี่ยนไป ทำให้เขาไม่ย่อท้อ กัดฟันสู้ จนนำพาบริษัทให้สำเร็จก่อนขายให้กับนายทุน แล้วระดมทุนก่อตั้ง Bitkub ซึ่ง ณ วันนี้สามารถทะยานขึ้นเป็นธุรกิจยูนิคอร์นอันดับสองของไทยได้อย่างน่าภาคภูมิ


ตั้งใจเปิดบริษัทเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยหวังว่าจะสามารถกระตุ้นให้ผู้คนปรับตัวเพื่อผลักดันให้ประเทศขยับเดินไปข้างหน้า

หากถามถึงเป้าหมาย ผู้ก่อตั้ง Bitkub เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาตั้งใจเปิดบริษัทเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น และด้วยเหตุนี้เอง ต่อมาจึงเปิด Bitkub Academy เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับคริปโตฯ อีกทั้งยังคิดหาสิ่งใหม่มาพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอยู่เสมอ โดยหวังว่าจะสามารถกระตุ้นให้ผู้คนปรับตัวเพื่อผลักดันให้ประเทศขยับเดินไปข้างหน้า ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีส่วนสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมามองคริปโตฯ จนนักลงทุนเริ่มโยกย้ายจากตลาดเดิมมายังตลาดดิจิทัลมากขึ้น แม้แต่ธนาคารพาณิชย์ก็เริ่มปรับตัวเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตฯ เช่น กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ที่กระโจนเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Bitkub Online กระแสเหล่านี้ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลเริ่มตื่นตัวเข้ามากำหนดแนวทางการดูแลและควบคุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นของตลาดสินทรัพย์ออนไลน์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้และผู้ลงทุน ส่งผลให้ตลาดของคริปโตฯ ในไทยขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว



กวิน พงษ์พันธ์เดชา CEO Bitazza

ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ Blockchain Hub ในอาเซียน

หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมในการบุกเบิกกรุยทางให้สกุลเงินดิจิทัลเป็นที่รู้จักและเติบโตในประเทศไทย คือ กวิน พงษ์พันธ์เดชา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza) นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) ชื่อดังที่หลายคนคุ้นหู


ได้ตัดสินใจเลือกเดินตามความฝันที่จะส่งเสริมเสรีด้านการเงินและการลงทุน ด้วยการกลับมาเปิดบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในบ้านเกิด ภายใต้ความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตฯ จะเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายกว่าที่เคย

ด้วยความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีบล็อกเชนว่าจะสร้างโอกาสแห่งความเท่าเทียมในโลกของการลงทุนได้ เจ้าของปริญญาตรี 3 ใบ ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เศรษฐศาสตร์ สถิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานในตลาดหุ้นวอลล์สตรีตมาแล้ว ได้ตัดสินใจเลือกเดินตามความฝันที่จะส่งเสริมเสรีด้านการเงินและการลงทุน ด้วยการกลับมาเปิดบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในบ้านเกิด ภายใต้ความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตฯ จะเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายกว่าที่เคย


Bitazza ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมกันก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เป็นบริษัทนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถเชื่อมต่อกลุ่มนักลงทุนในประเทศไทยกับศูนย์ซื้อขายทั่วโลกได้ง่ายและปลอดภัย ภายใต้เป้าหมายที่จะผลักดันให้เทคโนโลยีบล็อกเชนเปลี่ยนโลกธุรกิจให้มีความเท่าเทียม เสมอภาค และโปร่งใสกว่าที่เป็น ซึ่งนอกเหนือจากตลาดเงินและการลงทุน กวินยังมองว่าบล็อกเชน คือเทคโนโลยีแห่งยุคที่สามารถเสริมศักยภาพให้กับหลายอุตสาหกรรมได้ ฉะนั้นเมื่อภาครัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง เขาจึงเชื่อว่าสตาร์ตอัปและธุรกิจไทยจะได้รับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่ ภายใต้การกำกับดูแลที่ถูกต้อง อีกทั้งการออกตัวที่เร็วกว่าของรัฐบาลไทย จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวไปสู่การเป็น Blockchain Hub ในอาเซียนได้ในวันข้างหน้า



ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang Pro

มองอนาคตคริปโตฯ เป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมี

อีกหนึ่งกูรูแห่งวงการคริปโตฯ คือ ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งให้บริการเว็บเทรด Satang Pro กระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือกระดานเทรด Bitcoin และคริปโทเคอร์เรนซีแบบเรียลไทม์ เขาเริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2559 หลังเรียนจบปริญญาโทด้านระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานที่ Silicon Valley มหานครนิวยอร์กอยู่พักหนึ่ง ซึ่งชื่อเสียงของปรมินทร์ ณ ตอนนั้นเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของผู้ปั้นเหรียญซีคอยน์ (Zcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่มีระบบไพรเวซี หรือป้องกันข้อมูลการโอนให้คนอื่นเห็น ซึ่งเป็นงานวิทยานิพนธ์ในการเรียนปริญญาโทของเขาเอง


การตัดสินใจมาเริ่มต้นธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในบ้านเกิดของปรมินทร์ เกิดขึ้นหลังจากรับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ประจำกองสงครามไซเบอร์ กองทัพบก กระทั่งคริปโตฯ และบล็อกเชนเริ่มเป็นที่รู้จักในไทย เขาจึงลาออกมาทำธุรกิจด้านนี้อย่างเต็มตัว นับว่าเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ตลาดคริปโตฯ ในบ้านเราเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน


โดยเขามองว่า ในแง่ของการใช้งานคริปโตฯ ซึ่งอยู่ในระบบบล็อกเชน จะเปลี่ยนโฉมโลกการเงินให้ก้าวสู่ยุคใหม่ เพราะจะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ

ทุกวันนี้ ปรมินทร์มีบทบาทในการคาดการณ์ทิศทางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจให้นักลงทุนไทย โดยเขามองว่า ในแง่ของการใช้งานคริปโตฯ ซึ่งอยู่ในระบบบล็อกเชน จะเปลี่ยนโฉมโลกการเงินให้ก้าวสู่ยุคใหม่ เพราะจะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ อีกทั้งการเกิดขึ้นของ Metaverse หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน จะส่งผลให้บล็อกเชนและคริปโตฯ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เข้าถึงได้มากขึ้น ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่า โลกอนาคต จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องมีคริปโตฯ ในครอบครอง


ด้วยฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงนี้ ปรมินทร์ให้ความเห็นไว้ในบทสัมภาษณ์หนึ่งว่า ทุกวันนี้ นักลงทุนที่เข้าสู่ตลาดคริปโตฯ มีความเป็นมืออาชีพหรือเป็นนักลงทุนระยะยาวมากขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้ราคาบิตคอยน์มีความผันผวนลดลง และด้วยความเชื่อมั่นที่ว่าตลาดการซื้อขายที่ไร้ตัวกลางจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในอนาคต ทำให้เขามองว่าเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคริปโตฯ จะกลายเป็นประเด็นระดับโลกอย่างแน่นอน



เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้บริหาร Zipmax

มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศด้วยอุตสาหกรรมใหม่

ทุกวันนี้ หากค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับคริปโตฯ ชื่อของ เอกลาภ ยิ้มวิไล เป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องพบเจออย่างแน่นอน เพราะเขาคือ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลออนไลน์ระหว่างประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ซึ่งสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกได้เองตลอด 24 ชั่วโมง


ส่วนตัว เขาเรียนจบด้านกฎหมายจาก Georgetown University และเรียนปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากนั้นช่วยงานด้านกฎหมายในธุรกิจของครอบครัวอยู่พักใหญ่ ก่อนร่วมกับหุ้นส่วนเปิดบริษัท Zipmax ให้บริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา และยังมีสาขาในอีกหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จนก้าวมาเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว


ปัจจุบัน Zipmax เป็นแพลตฟอร์มที่มีจำนวนเหรียญดิจิทัลให้เลือกลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยค่าธรรมเนียมการเทรดที่ต่ำ อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถมอบผลตอบแทนหรือโบนัสจากการฝากสินทรัพย์ดิจิทัลสูงสุดถึง 14% ต่อปี โดยมีการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ขยายแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุน ตลอดจนสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเงินดิจิทัลอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนแวดวงคริปโตฯ ไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เอกลาภ ในฐานะผู้บริหารได้เสนอตัวเป็นตัวแทนของนักลงทุนและวงการสินทรัพย์ดิจิทัล เข้าเจรจาและให้ข้อเสนอแนะต่อกรมสรรพากรในกรณีการจัดเก็บภาษีคริปโตฯ เพื่อให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเดินหน้าอย่างถูกทิศถูกทาง


สิ่งที่ทำคือ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะช่วยพัฒนาประเทศ และคาดหวังไว้ว่า อยากให้ Zipmax เป็นผู้นำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย

ที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนให้นำเงินดิจิทัลมาซื้อขายสินทรัพย์จริง โดยร่วมกับพันธมิตรนำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัลได้ ภายใต้ความมุ่งหวังที่จะเร่งขยายจำนวนผู้ใช้เงินดิจิทัลให้มากขึ้น ทั้งนี้เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สิ่งที่ทำคือ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะช่วยพัฒนาประเทศ และคาดหวังไว้ว่า อยากให้ Zipmax เป็นผู้นำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย


แม้จะเป็นกระแสมาได้ไม่นาน แต่อุตสาหกรรมด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยก็คึกคัก มีผู้ลงทุนในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละรายไม่ได้มองเรื่องการแข่งขันเป็นหลัก ทว่ากลับให้ความสำคัญในการสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง และร่วมมือกันพัฒนาตลาด เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้นเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและของโลกได้ในอนาคต






757 views

Comments


bottom of page